หน้าหลัก
ITA
LPA
ประกาศจากระบบ e-GP
ข้อมูลพื้นฐาน
GENERAL
เกี่ยวกับ อบต.
ABOUT US
บุคลากร
PERSONAL
ข่าวสาร
News
ระเบียบ
RULES
แผน
PLANNING
กระดานสนทนา
WEBBOARD
ติดต่อ อบต.
CONTACT US
 
   
 
 

 
 
 
แนวทางการสร้างพื้นที่สีเขียวยุคใหม่  
 

ดร.โสภณ เสนอแนวคิดใหม่ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง โดยไม่เปลืองงบประมาณแผ่นดินและสร้างสวนสาธารณะกระจายให้ประชาชนได้ใช้ทุกหัวระแหง

            การที่มีเสียงเรียกร้องให้ใช้พื้นที่มักกะสันของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เห็นว่าเป็นแนวคิดที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ควรให้ รฟท. นำไปใช้เพื่อเป็นศูนย์คมนาคมเชื่อมต่อ 2 สนามบินและรถไฟฟ้าเส้นอื่นๆ ที่จะผ่านมากในบริเวณใกล้เคียง โดย รฟท. อาจพัฒนาโรงแรมที่พัก ศูนย์ประชุม ศูนย์การค้า และอื่น ๆ เพื่อรองรับผู้มาใช้บริการนับแสน ๆ คนต่อวัน และยังอาจเหลือพื้นที่อีกราว 40% เป็นพื้นที่สีเขียว ถนน ตลอดจนสาธารณูปโภคอื่น ๆ

            กรณีนี้สังคมพึงเข้าใจแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวตามแนวคิดใหม่เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เพราะการนำที่ดินมักกะสันมาทำสวนสาธารณะทำให้ต้องสูญเสียงบประมาณแผ่นดินเงินเป็นเงิน 80,000 หมื่นล้านบาท ค่าพัฒนาเป็นสวนสาธารณะอีกนับพันล้านบาท และค่าบำรุงรักษาอีกนับร้อยล้านต่อปี อาจนำเงินส่วนนี้ไปสร้างสวนสาธารณะชานเมือง จะสามารถสร้างได้อีกเป็นพื้นที่เกือบร้อยเท่าของที่ดินมักกะสัน

            แนวคิดใหม่ในการทำสวนสาธารณะ ก็คือการสร้างสวนขนาดเล็กกระจายทั่วเมืองทำให้เข้าถึงชุมชนต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ทำให้มีใช้มากขึ้น การสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ยังเป็นความสิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก เพราะมีผู้ใช้สอยน้อย เมื่อเทียบเคียงกับพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่นสวนลุมพินีมีผู้ใช้บริการเพียงวันละ 8,500 คน สวนหลวง ร.9 มีผู้ใช้บริการวันละ 800 คน หรือสวนจตุจักรมีผู้ใช้บริการประมาณวันละ 3,500 คน
อีกกรณีหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง ก็คือ การอนุญาตให้สร้างอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษในใจกลางเมือง โดยเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่ก่อสร้างต่อพื้นที่ดิน (floor area ratio) เป็น 15-20:1 จากที่สูงสุดเพียง 10:1 และส่วนมากประมาณ 4-6:1 ในปัจจุบัน แล้วให้เว้นพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่โล่งเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง ก็จะทำให้ใจกลางเมืองมีความน่าอยู่มากขึ้น

            นอกจากนี้ยังควรส่งเสริมให้สร้างอาคารอัจฉริยะ อาคารเขียว อาคารอนุรักษ์พลังงาน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในตัวอาคารพร้อมกับการปลูกผัก ผลไม้ ต้นไม้ในอาคาร บนดาดฟ้า ระเบียง ผาผนังภายนอก และอื่น ๆ อันจะทำให้โครงการอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้เช่นเดียวกันกับการสร้างสวนสาธารณะ

            นอกจากนั้นอาคารศูนย์ราชการต่าง ๆ ใจกลางเมืองควรให้ย้ายไปรวมกันในศูนย์ราชการอย่างมีประสิทธิภาพ และเอาพื้นที่เหล่านี้มาพัฒนาโดยเว้นพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่สีเขียว และเน้นการสร้างอาคารเขียว ขณะเดียวกันก็ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้วย ก็จะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไปในทางการเดียวกันได้ ทั้งนี้โดยการเว้นพื้นที่ประมาณ 30-40% เพื่อการทำเป็นพื้นที่สีเขียวเช่นเดียวกับกรณีมักกะสัน

            การเพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองโดยวิธีข้างต้นจะทำให้รัฐบาลหรือท้องถิ่นประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างสวนสาธารณะ รวมทั้งงบประมาณในการบำรุงรักษา และหากจัดการได้ดีพื้นที่สีเขียวเหล่านี้ยังสามารถจะยืนได้ด้วยตนเองด้วยการเก็บค่าเข้าใช้บริการในโอกาสต่าง ๆ เช่นการจัดกิจกรรมของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นต้น
ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน

 

ข่าว ณ. วันที่ 16 ก.ค. 2562 เวลา 14.59 น. โดย คุณ เจนจิรา เจริญพานิช

ผู้เข้าชม 24 ท่าน